เป็นสิวที่คาง รักษาอย่างไร?





เป็นสิวที่คาง การเกิดสิวในตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะส่วนใดก็ตาม ส่วนมากสาเหตุมาจากฮอร์ในร่างกายและมลภาวะภายนอก ที่กระตุ้นให้เกิดการอุดตันและการอักเสบของผิวหนัง แม้กระทั่งการเป็นสิวที่คางก็มีปัจจัยของฮอร์โมน และสภาพแวดล้อมภายนอกเขามาเกี่ยวข้องเช่นกัน สาเหตุของสิวที่คางโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะเกิดจากความผิดปกติของความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งมักที่จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ เช่น ในช่วงก่อนที่จะมีประจำเดือน ซึ่งฮอร์โมนของเพศหญิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากจนขาดสมดุล จึงเป็นสาเหตุให้เกิดเป็นสิวที่คางนั่นเอง และเมื่อหมดช่วงประจำเดือนสิวที่คางก็จะค่อย ๆ หายไปเอง นอกจากนี้การ เป็นสิวที่คาง ยังสามารถบอกโรค ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าอวัยวะภายใน อาทิเช่น ลำไส้เล็ก ช่องคลอด มดลูก และรังไข่ กำลังเกิดความผิดปกติขึ้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดสิวที่คางได้อีกเช่น มลพิษจากสภาวะแวดล้อม แสงแดด ความเครียด การแพ้สารเคมีและเครื่องสำอาง เป็นต้น

สิวที่คางมีกี่ประเภทอะไรบ้าง ?

การเป็นสิวที่คางนั้นสามารถแบ่งประเภทของสิวที่เกิดขึ้นบริเวณคางออกได้เป็น 2 ลักษณะดังนี้
1. สิวฮอร์โมน มีลักษณะเหมือนกับสิวอุดตันและสิวอักเสบ มักจะเกิดขึ้นเมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดความไม่สมดุล โดยเฉพาะเวลาที่ใกล้เกิดประจำเดือน หรือเมื่อเกิดความเครียด ก็จะทำให้เกิดเป็นสิวที่คางได้นั่นเอง
2. สิวผด หรือ สิวมลภาวะ เกิดขึ้นจากสิ่งสกปรกที่ก่อให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดสิว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกอย่างเช่น เครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์และไขมันในปริมาณที่สูง ส่งผลให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองเป็นผื่นแดง และอาจเกิดการอักเสบจนกลายเป็นสิวอักเสบได้อีกเช่นกัน

เป็นสิวที่คาง

สำหรับสิวอักเสบบริเวณคางที่บ่งบอกว่า อวัยวะภายในร่างกายกำลังทำงานผิดปกตินั้น สามารถสังเกตุได้จากอาการของสิวอักเสบที่เกิดขึ้นว่า มีอาการดีขึ้นหรือยุบหายไปบ้างหรือไม่ ถ้าหากสิวอักเสบที่บริเวณคางไม่หยุดลุกลามและรุนแรงมากขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะคุณผู้หญิงควรรีบไปพบกับสูตินารีแพทย์ เพื่อตรวจเช็คการทำงานของอวัยวะภายใน เพราะสิวอักเสบเรื้อรังที่ขึ้นตามบริเวณใต้คางหรือแนวขากรรไกร อาจเป็นสัญญานเตือนของโรครังไข่ และความผิดปกติของฮอร์โมนประเภทอื่น ๆ หากละเลยหรือเพิกเฉยต่อการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และอาจจะทำให้มีบุตรยากได้

เป็นสิวที่คางควรรักษาอย่างไร ?

1. รักษาสิวที่คางด้วยการรักษาระดับฮอร์ในร่างกายให้เกิดความสมดุล
– รับประทานผักและผลไม้ เพราะการรับประทานผลไม้จะช่วยทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ ทำให้ลดการเกิดสิวที่คางได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารควรงดกินอาหารที่เผ็ดจัด ๆ และควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนด้วย ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของระบบย่อยอาหาร จะช่วยทำให้ลำไส้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้น
– กินยาบำรุงสตรี ในช่วงที่คุณผู้หญิงมีประจำเดือน ฮอร์โมนของเพศหญิงจะไม่ค่อยมีความสมดุลนัก ดังนั้นการกินยาสตรีจะช่วยปรับสมดุลของเพศหญิงให้เป็นปกติ ช่วยในการหมุนเวียนเลือดของคุณผู้หญิงได้เป็นอย่างดี
– ทำจิตใจให้สบาย ผ่อนคลายความเครียด ความเครียดเป็นสาเหตุที่ทำให้ เป็นสิวที่คาง ดังนั้นควรหากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อมาช่วยลดความเครียดลงอย่างเช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ หรือการเดินช็อปปิ้ง เป็นต้น
– กินอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี เช่น หอยนางรม เมล็ดทานตะวัน รำข้าว ถั่วเปลือกแข็งและ เมล็ดถั่วต่าง ๆ ซึ่งแร่ธาตุสังกะสีนั้น สามารถช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย

2. รักษาสิวที่คางด้วยผลิตภัณฑ์รักษาสิว
สิวที่คางส่วนใหญ่จะเป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบ ในปัจจุบันมีตัวยาที่สามารถรักษาสิวดังกล่าว ซึ่งใช้งานง่ายและช่วยลดระยะในการรักษาได้เป็นอย่างดีเช่น Benzoyl Peroxide (เบนซอยล์เพอร์ออกไซต์), Retinoids (เรตินอยด์), Isotretinoin เป็นต้น

3. รักษาสิวที่คางด้วยวิธีแบบธรรมชาติ
การรักษาสิวที่คางด้วยวิธีแบบธรรมชาติอย่างเช่น การใช้สมุนไพรรักษาสิวซึ่งเป็นวิธีรักษาสิวที่ปลอดภัย และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เหมาะกับคนที่มีผิวหนังแพ้ง่าย เนื่องจากใช้วัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติล้วน ๆ ไม่มีสารเคมีเจือปน และวัตถุดิบก็หาได้ง่ายแม้กระทั่งภายในครัวเรือน ส่วนขั้นตอนและวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากอีกด้วย หากใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปอ่านวิธีการใช้สมุนไพรรักษาสิวได้ในบทความนี้ >>> สมุนไพรรักษาสิว


4343 Views



thaibodycare.com เขียนความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *