วิธีรักษาสิวที่หลัง





สิวที่เกิดขึ้นง่ายและบ่อยครั้งอีกที่หนึ่งคือ “สิวที่หลัง” สิวที่ขึ้นบริเวณนี้สาเหตุส่วนมากมาจากการสะสมของแบคทีเรีย สิ่งสกปรกจนทำให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขน เนื่องด้วยจากการทำความสะอาดไม่ดีพอหรือทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง นอกจากจะเป็นจุดที่ยากต่อการทำความสะอาดแล้ว ยังเป็นจุดที่ต้องสัมผัสกับเสื้อผ้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง เป็นสาเหตุของการเกิดสิวผดและสิวชนิดอื่นๆได้อีกด้วย
นอกจากนี้สิวที่หลังยังเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ อีกเช่น เกิดจากฮอร์โมน หรือ กรรมพันธุ์ ส่วนของลักษณะของสิวที่หลังมักเกิดขึ้นทั่วบริเวณแผ่นหลัง ส่วนใหญ่มักจะเป็นสะเก็ดแล้วทิ้งรอยดำจากสิวไว้ ทำให้แผ่นหลังดูไม่เรียบเนียน

วิธีรักษาสิวที่หลัง

สิวที่หลังไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ก็มีสิทธ์ที่จะเกิดสิวที่บริเวณแผ่นหลังกันได้ทั้งนั้น ถึงแม้จะเกิดขึ้นในบริเวณใต้ร่มผ้าที่ไม่มีใครมองเห็น แต่บางครั้งอาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณผู้หญิง ต้องเสียความมั่นใจในการแต่งตัวได้เหมือนกัน อย่างเช่นเมื่อถึงเวลาต้องสวมชุดที่ต้องเผยอวดโชว์แผ่นหลัง เป็นต้น
นอกจากนี้ เมื่อเป็นสิวที่หลังเวลาเสียดสีกับเสื้อผ้าก็ยิ่งจะทำให้เกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น ดังนั้นปัญหาเรื่องสิวที่หลัง จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้การรักษาและดูแลอย่างเป็นพิเศษ

วิธีรักษาสิวที่หลังด้วยตัวเอง

วิธีรักษาสิวที่หลัง ก็ใช้วิธีการรักษาเช่นเดียวกับการรักษาสิวชนิดอื่นๆทั่วไป เริ่มจากการดูแลทำความสะอาดเบื้องต้น ไปจนถึงการใช้ยารักษาสิวเพื่อลดอาการอักเสบ ซึ่งมีวิธีและขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เริ่มต้นจากการทำความสะอาดแผ่นหลังด้วยสบู่ หรือครีมอาบน้ำที่อ่อนโยนและปราศจากสารเคมีตกค้างบนผิวหนัง เพราะสารเคมีบางชนิดอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่หลังได้ และไม่ควรขัด ถู ผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะอาจจะทำให้สิวที่หลังเกิดการอักเสบรุนแรงขึ้นมาได้อีก
2. หลังจากอาบน้ำเสร็จให้ใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดบริเวณสิวที่หลัง ซึ่งควรใช้โทนเนอร์สำหรับผิวที่เป็นสิวโดยเฉพาะ หรืออาจจะใช้โทนเนอร์ที่ใช้กับใบหน้าอยู่เป็นประจำก็ได้
3. ทายาแต้มหัวสิว โดยใช้ยาแต้มหัวสิวที่ใช้กับใบหน้า ซึ่งในปัจจุบันมียาแต้มหัวสิวที่ได้รับการแนะนำ และได้รับความนิยมอยู่หลายยี่ห้อ ซึ่งมีสรรพคุณในด้านการบรรเทา ลดการอักเสบ และช่วยให้สิวยุบตัวได้เร็วขึ้น เช่น BenZac, Smoot E Acne Hydro Gel, BHA, Retin-A เป็นต้น
4. ทายาแป้งรักษาสิว เป็นยาที่มีลักษณะคล้ายแป้งน้ำสำหรับทาเพื่อรักษาสิวที่หลัง ซึ่งจะทำให้สิวหลุดง่าย ข้อดีคือสามารถทายาได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีผลข้างเคียง แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 4-6 สัปดาห์
5. รับประทานยารักษาสิว จำพวก Isotretinoin ที่จะช่วยทำให้สิวแห้งและยุบตัวลงไปภายใน 2-4 สัปดาห์ และสามารถช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นที่มาจากสิวอักเสบรุนแรง เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง และยาชนิดนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ยารักษาสิวที่ได้รับความนิยมอย่างเช่น Roaccutane และ Accutane หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อแนะนำในการรักษาสิวที่หลัง ซึ่งเป็นการรักษาสิวที่ปลายเหตุ ซึ่งจริงๆแล้วเราควรหาวิธีป้องกันการเกิดของสิวที่หลังจะดีกว่า เพราะเมื่อเป็นสิวที่หลังขึ้นมาแล้ว อาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นและจุดด่างดำบนแผ่นหลังขึ้นมาได้อีก

การป้องกันการเกิดสิวที่หลัง

1. ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี มีเนื้อผ้าที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และควรซักล้างเสื้อผ้าให้สะอาด โดยเฉพาะการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่ม ควรเลือกใช้ที่มีความอ่อนโยนต่อเนื้อผ้า และไม่ทิ้งสารที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง
2. หมั่นทำความสะอาดซักล้างเครื่องนอน เช่น ปลอกหมอน ผ้าห่ม และผ้าปูที่นอนอยู่เสมอ เพื่อลดการการสะสมของสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรีย
3. ชำระล้างร่างกายด้วยสบู่ หรือครีมอาบน้ำที่อ่อนโยนและปราศจากสารเคมีตกค้างบนผิวหนัง พยายามเน้นถูแผ่นหลังเบาๆหรืออาจจะใช้ใยบวบขัดแผ่นหลังให้สะอาด ทำอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ลดการอุดตันของรูขุมขนได้อีกด้วย หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จแล้ว ควรเช็ดตัวให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณแผ่นหลัง

ท้ายนี้การดูแลรักษาสิวที่หลังนอกจากการดูแลภายนอกร่างกายแล้ว ยังจำเป็นต้องดูแลปัจจัยภายในอีกด้วย ทั้งเรื่องอาหารการกิน เช่น งดกินอาหารที่อมน้ำมันมากๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัลม รวมถึงปัจจัยภายในอื่นๆที่เป็นตัวกระตุ้นฮอร์โมนในร่างกาย เพื่อให้การป้องกันรักษาสิวที่หลังมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น


149 Views



thaibodycare.com เขียนความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *