วิธีรักษาหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิวนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือพบแพทย์เพื่อให้การรักษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของหลุมสิวว่ามากน้อยเพียงใด เพื่อใช้เป็นข้อพิจารณาในการเลือกรักษาตามความเหมาะสมต่อไป จากนี้เรามาดูกันเลยว่า วิธีรักษาหลุมสิว นั้นทำอย่างไรกันบ้าง ?

วิธีรักษาหลุมสิวด้วยตัวเองทำอย่างไรบ้าง?

แนวทางในการรักษาหลุมสิวได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทุกวิธีสามารถช่วยทำให้หลุมสิวดีขึ้นได้ แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและไม่ส่งผลข้างเคียงต่อผิวหนังด้วยเช่นกัน ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้

วิธีรักษาหลุมสิวด้วยผลิตภัณฑ์รักษาหลุมสิว
1. ใช้ผลิตภัณฑ์ลบรอยแผลเป็น ซึ่งอยู่ในรูปแบบของครีมหรือเจล การเลือกครีมรักษาหลุมสิว ควรเลือกที่มีส่วนผสมของวิตามิน E , AHA , BHA,ยากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามิน A เช่น Retin A เป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และช่วยสร้างเนื้อเยื้อใต้หลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว

2. ใช้ยารักษาหลุมสิวชนิดรับประทาน ควรเลือกยาที่สกัดจากอนุพันธ์วิตามิน A (Retinoids) เช่น Acnotin, Roaccutance, Lsortretinoin เป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และช่วยสร้างเนื้อเยื้อใต้หลุมสิว

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ลอกผิวหนังด้วยกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น AHA , BHA, PHA เป็นการทำให้เซลล์ผิวหนังด้านบนหลุดออกมา และเกิดการซ่อมแซมและดันหลุมสิวให้ดีขึ้น

4. การใช้กรด TCA (Trichloroacetic Acid) คือการใช้กรดกัดบริเวณที่เป็นรอยสิว หลุมสิว หรือเป็นสิวอักเสบ จะทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดบาดแผล เพื่อเป็นการกระตุ้นเซลล์ผิวให้ผลิตผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน มีผลทำให้หลุมสิวหรือรอยสิวดูตื้นขึ้น

วิธีรักษาหลุมสิวด้วยวิธีธรรมชาติ
เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ง่าย ๆ ในครัวเรือน อย่างเช่น ว่านหางจระเข้ มะเขือเทศ หอมแดง แตงกวา โดยนำมาพอก ถู หรือวางไว้บนใบหน้าบริเวณหลุมสิว เพราะวัตถุดิบจากธรรมชาติเหล่านี้มีสรรพคุณทางยาช่วยในการดูแลรักษา เสริมสร้างซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังให้ดีขึ้น และเป็นวิธีที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ปราศจากสารเคมี

วิธีรักษาหลุมสิว

และสุดท้ายคือวิธีรักษาหลุมสิวด้วยเครื่องมือทางการแพทย์
วิธีรักษาหลุมสิวด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ทำอย่างไร มีอะไบ้าง?

1. เลเซอร์ Fraxel รักษาหลุมสิว
Fraxel คือการยิงเลเซอร์ไปกระตุ้นเซลล์ผิวชั้นคอลลาเจนบริเวณหลุมสิว ทำให้หลุมสิวบริเวณนั้นตื้นขึ้น ข้อดีของวิธีการทำ เลเซอร์ Fraxel ก็คือใช้เวลาพักฟื้นเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น และปราศจากรอยไหม้เกิดขึ้นด้วย ซึ่งวิธีนี้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นผล แต่ก็คุ้มค้ากับผลรับที่ได้ในระดับที่น่าพอใจ

2. E-Matrix Laser รักษาหลุมสิว
E-Matrix Laser คือวิธีการรักษาหลุมสิวด้วยการยิงลำแสงเลเซอร์เข้าไปเจาะรูเล็ก ๆ ที่บริเวณหลุมสิว วิธีนี้จะเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ แต่หลังจากทำจะเกิดเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลเล็ก ๆ บริเวณตำแหน่งที่ถูกยิง ซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์จึงจะจางหายไป วิธีนี้ต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นผล แต่ก็คุ้มค้ากับผลรับที่ได้ในระดับใกล้เคียงกับการยิงเลเซอร์ Fraxel

3. เดอร์มาโรลเลอร์ (Dermaroller) รักษาหลุมสิว
เดอร์มาโรลเลอร์ Dermaroller เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวที่ใช้ลูกกลิ้งที่มีเข็มขนาดเล็กติดอยู่เป็นจำนวนมาก กลิ้งลงไปบนหน้าที่เป็นหลุมสิว ซึ่งผู้ที่รับการรักษาด้วยวิธีนี้ ต้องมีอดทนต่อความเจ็บของเข็มที่สัมผัสกับผิวหนังอยู่ตลอดเวลา และต้องใช้เวลาพักฟื้นรอผิวหนังปรับสภาพนานพอสมควรหลังจากทำไปแล้ว แต่ผลลัพธ์จากการรักษาหลุมสิวด้วยเดอร์มาโรลเลอร์ (Dermaroller) ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจระดับหนึ่ง

4. Subcision รักษาหลุมสิว
Subcision เป็นการรักษาหลุมสิวด้วยวิธีเซาะพังผืดด้วยเข็มขนาดเล็กที่เรียกว่า “Nokor Needle”โดยหัวเข็มจะเป็นมีดขนาดเล็ก เอาไว้แซะพังผืดสิวสำหรับคนที่ปล่อยหลุมสิวไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ หากไม่แซะออกก็จะทำให้หลุมสิวตื้นได้ยาก วิธีการรักษาหลุมสิว Subcision อาจจะใช้ร่วมกับการรักษาหลุมสิวแบบอื่น ๆ ด้วย เช่น การรักษาหลุมสิว เดอร์มาโรลเลอร์ (Dermaroller) เป็นต้น

5. รักษาหลุมสิวด้วย Crystal Pell
Crystal Pell คือการรักษาหลุมสิวด้วยเกร็ดอัญมณี โดยการพ่นเกร็ดอัญมณีลงบนผิวหน้าที่เป็นหลุมสิว แล้วก็ดูดกลับไปอย่างรวดเร็ว พ่นแล้วก็ดูด ทำซ้ำ ๆ ไปทั่วใบหน้า เกร็ดอัญมณีจะไปกระตุ้นใบหน้าที่เป็นหลุมสิวให้มีการสร้างเส้นใยคอลลาเจน(Collagen) และอิลาสติน(Elastin) เป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน

6. รักษาหลุมสิวด้วย IPL
IPL คือ การยิงลำแสงไปที่ใบหน้าในตำแหน่งหลุมสิวที่ต้องการ โดยที่ลำแสงที่ยิงออกไปนั้นจะผ่านทะลุผิวหนังชั้นนอก และเข้าไปกระตุ้นผิวหนังชั้นในให้เกิดการสร้างคอลลาเจน(Collagen) และและอิลาสติน(Elastin) ซึ่งเป็นเส้นใยเนื้อเยื่อ ให้มีการสร้างที่รวดเร็วและดีขึ้นกว่าการสร้างตามปกติของร่างกาย ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย IPL คือ ไม่เกิดรอยไหม้ที่ผิวหน้า ไม่มีอาการเจ็บในขณะทำการรักษา และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

ท้ายนี้ วิธีรักษาหลุมสิว ที่ดีที่สุด คือ การรักษาแบบทำควบคู่กันไป ทั้งการกินยา ทายา และเข้ารับการรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์
นอกจากนี้ ไม่ควรมองข้ามข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น อย่างเช่น ดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและปราศจากโรคภัย ทางไกลจาก”หลุมสิว”


584 Views

thaibodycare.com เขียนความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *