ครีมละลายสิวอุดตัน





ถ้าพูดถึงสิวอุดตันหลาย ๆ คนคง จะต้องเคยเป็นกันแน่นอนเพราะสิวชนิดนี้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ มาก การรักษาสิวอุดตันทำได้หลายวิธี โดยเฉพาะการใช้ ครีมละลายสิวอุดตัน ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน เพราะใช้ระยะเวลาในการรักษาที่ค่อนข้างสั้น เห็นผลได้เร็ว แต่ทั้งนี้ในการใช้ครีมละลายสิวอุดตัน ต้องมีความระมัดระวังในการใช้งาน ต้องคำนึงถึงผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับผิวหนัง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาคุณสมบัติและเลือกใช้ครีมละลายสิวอุดตันให้เหมาะสมกับสภาพผิวหนังของผู้ใช้งานด้วย

ครีมละลายสิวอุดตัน

จากนี้มาดูกันว่า คุณสมบัติและการเลือกใช้ครีมละลายสิวอุดตันต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มาดูรายละเอียดกันเลย

คุณสมบัติและการเลือกใช้ครีมละลายสิวอุดตัน

คุณสมบัติของครีมละลายสิวอุดตัน
– มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียทันทีหลังทาครีม
– ช่วยดันสิวอุดตัน ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังให้แข็งตัว และดันตัวออกมา หลุดออกได้อย่างอ่อนโยน
– ช่วยในการชะล้างไขมันใต้ผิวหนังทุกรูขุมขนให้สะอาดหมดจด อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว
– ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเพื่อไม่ทำให้ไปอุดตันรูขุมขน
– ช่วยทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างขึ้น เนื่องจากมีการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วออก
– ช่วยลดลดความมันบนใบหน้า อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว

ครีมละลายสิวอุดตัน

การเลือกใช้ครีมละลายสิวอุดตัน
ใช้ครีมละลายสิวอุดตัน ที่มีสารประกอบในกลุ่ม Benzoyl Peroxide เบนซอยล์เพอร์ออกไซต์ (BP) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบของโลชั่น ครีมแต้ม เป็นต้น ในระยะแรกของการใช้ยาอาจจะทำให้ผิวหนังแดงอักเสบจึงควรจะเริ่มใช้ยาในขนาดความเข็มข้นต่ำ ๆ และควรทายาในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 10-15 นาที นอกจากนี้ยังมีครีมละลายสิวอุดตัน ในกลุ่ม Tretionoin ที่ได้รับความนิยม ซึ่งมีความเข้มข้นต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1% โดยมีลักษณะเป็นเจล หรือน้ำ ยิ่งความเข้มข้นยิ่งสูงก็ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่จะมีผลค้างเคียงทำให้ใบหน้าเกิดความระคายเคืองมากขึ้นตามไปด้วย

วิธีใช้ครีมละลายสิวอุดตัน
ก่อนอื่นเริ่มต้นจากการทำความสะอาดใบหน้า ไม่ให้มีคราบสกปรกหลงเหลือตกค้างอยู่ รวมไปถึงการทำความสะอาดใบหน้าหลังจากที่ใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าเสร็จ และมีข้อที่ควรระวังอีกประการคือ หากเริ่มมีสิวอุดตันบนใบหน้า ควรงดการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอุดตันของสิวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
– กรณีเป็นสิวทั่วใบหน้า ให้ทาบาง ๆ ทั่วหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ
– กรณีเป็นสิวอักเสบ แต้มเฉพาะหัวสิวอักเสบเท่านั้น และทิ้งไว้ประมาณ 15นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ หรือ แต้มเฉพาะหัวสิวอักเสบก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก
– กรณีเป็นสิวอุดตัน/มีไขมันใต้ผิวหนัง/สิวผด ให้ทาบริเวณที่เป็นสิวอุดตัน ทิ้งไว้ประมาณ15นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ

คำแนะนำ
– ระยะเวลาที่ทาทิ้งไว้อาจปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพผิวหน้าของผู้ใช้แต่ละคน
– ขณะทาครีมละลายสิวอุดตัน ในบางรายอาจมีอาการแสบ หรือคันยิบ ๆ เนื่องจากครีมละลายหัวสิวจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

ท้ายนี้จะขอยกตัวอย่าง ครีมละลายสิวอุดตัน ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันคือ ครีม BenZac ซึ่งเป็นครีมที่ใช้รักษาสิวอุดตันได้อย่างดีเยี่ยม

ครีมละลายสิวอุดตัน

ครีม BenZac ตัวนี้ใช้แก้ปัญหาสิวได้สาระพัด ทั้งสิวผด สิวอักเสบ สิวหนอง รวมไปถึงใช้ละลายสิวอุดตันได้เป็นอย่างดี ส่วน 2.5% คือความเข้มข้นของตัวยาที่ช่วยรักษาสิว ในระยะแรกของการใช้ยาอาจจะทำให้ผิวหนังแดงอักเสบจึงควรจะเริ่มใช้ยาในขนาดความเข็มข้นต่ำ ๆ ขอแนะนำที่ 2.5% ซึ่งต่ำที่สุดก็เพราะว่าเวลาใช้จะมีโอกาสแพ้น้อย เพราะยิ่งความเข้มข้นมากโอกาสแพ้ก็มีมากขึ้น แต่ก็มีฤทธิ์ในการกำจัดสิวอุดตันได้ดีขึ้นเช่นกัน หากใครมีผิวหน้าที่ทนทานต่อทุกสภาวะจะลองดูที่ความเข้มข้น 5% หรือ 10% ก็ได้ วิธีการใช้ครีม BenZac 2.5 % นี้ก็ให้ทาก่อนล้างหน้าเช้า-เย็น ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดตามปกติ ทาเป็นประจำประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็เริ่มจะเห็นผล สิวอุดตันจะดูลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด


70 Views



thaibodycare.com เขียนความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *